หลวงพระบาง (ภาคต่อ)
หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง(ลาว)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประเด็นที่เราต้องถกเถียงกันกับเพื่อนทั้ง 3 ว่าเพราะเหตุใด?
ทำไมเราถึงย่างกรายไปยังเมืองหลวงพระบางไม่ได้!
คุณเพื่อนที่สื่อสารภาษาลาวได้อย่างถ่องแท้ ได้แถลงข่าวผ่านสื่อให้เราฟังว่า
เป็นเพราะหนังสือเดินทางที่เราถือเป็นเพียงแค่เอกสารชั่วคราว
ถ้าจะไปหลวงพระบางต้องมี Pass port ติดตัวมาด้วย
นั่นไงคะ ก่อนหน้านี้ดั้นเคยบอกกับเพื่อนแล้ว ว่าเอาติดมาด้วยมั้ย
กันไว้ดีกว่าแก้ แต่อีเพื่อนก็ยืนยันว่า ไม่ต้อง !
สุดท้าย หลวงพระบางก็เป็นแค่ฝัน ลม ๆ แล้ง ๆ ของดั้นอีกตามเคย
แต่ว่าอิเพื่อนที่ไปด้วยก็บอกว่า จนท.บอกเป็นนัยว่า
ถ้าจะไปหลวงพระบางก็ได้ แต่ระวังตำรวจตรวจเจอ
โถ่ โธ โถ.. ลาวนะคะคุณ ไม่ใช่เมืองไทย ที่จะได้คุยกันรู้เรื่อง
หากตรวจเจอจับจริง แล้วดั้นต้องไปติดคุกลาว
แล้วใครจะประกันตัวดั๊นคร่ะ
ไอ้เรื่องจะทำตัวกลมกลืนเป็นคนพื้นเมืองเนี่ยะ ขอบอกว่า
ไม่ไหวจะเนียนคร่ะ ด้วยสภาพของหนังหน้า และเครื่องนุ่งห่ม
ก็เหมือนหลุดมาจาก magazine ชนิดคนเดินสวนต้องเหลียวมองคะ
และเรื่องนี้เราก็เอาไว้เป็นประเด็นที่คณะทัวร์เราขอเก็บมาคิดนิดนึงก่อน
ว่าจะเสี่ยงดี หรือแววมันจะออกมาว่าซวยแน่
หากให้ดั๊นคาดเนี่ยะ น่าจะออกมาเป็นประเด็นหลังมากกว่า
เพราะเริ่มต้นของทริป แววก็สื่อเค้าจะมีปัญหาตลอดเวลาอยู่แล้ว

ช่างมันคะ ตอนนี้อะไรก็ขัดขวางเส้นทางไม่ได้
เพราะตอนนี้ขาทั้ง 2 ข้างเหยียบมาถึงต่างประเทศแล้ว
ย่างมาได้ 2 ก้าว ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาดีเดินตรงดิ่งเข้ามาทักเรา
อรั๊ยยยยส์ ลางที่หมอดูบอกดั๊นจะได้แฟนต่างชาติมาแล้วคะ
แต่แล้ว ... กลายเป็นว่า เค้าคือคนขับ TAXI คะ
เดินเข้ามาถามว่า จะไปไหน เอารถตู้มั้ย?? แค่นั้น!
คนสวยเซ็งคะ...
หลังจากตกลงกันได้ที่ ถึงโรงแรมในเวียงจันทร์ที่เราศึกษากันมา
ระหว่างที่เรานั่งง่อยอยู่สถานีรถไฟยามเช้า ก็สรุปที่พักราคาเบา ๆ
เหมาะกับสาวสังคมอย่างพวกเราได้ ในคืนละ 600 บาท พร้อมอาหารเช้า
ว๊ายยยยยยย เลอค่า ราคาเปิดเปิงขนาดนี้ที่ไหนไม่ได้แล้วคะ

20 นาทีผ่านไปรถตู้ก็นำเราเข้าถึงโรงแรมแสงพระจันทร์
โรงแรมระดับ 3 ดาวครึ่ง ย่านใจกลางนครหลวงเวียงจันทร์
หลังจากแยกย้ายกันเข้าห้อง สิ่งหนึ่งที่ดั๊นขอทำเป็นสิ่งแรก
คืออาบน้ำคะ แม้ว่าอ้าย และ อิ คนอื่นจะขอนอนก่อน
แต่นึกสภาพของหญิงสาวที่ไม่ได้อาบน้ำมาทั้งวัน
อาบฝุ่นควันตลอดทางรถไฟ
ฟันก็ไม่ได้แปรงมีเพียงแค่น้ำยาบ้วนปากเพียงเล็กน้อย ให้พอรู้สึกดี
กรี๊ดดดดดดซ์ รับสารรูปตัวเองตอนนี้ไม่ได้สุด ๆ คะ

20.00 น. อ้อ ลืมบอกไปเวลาลาว กับไทยใช้เวลาเดียวกันคร่ะ
เมื่อพักผ่อนกันพอเล็กน้อยเราก็สิ่งแรกที่เรานึกคือ ผู้ชายค่ะ
ว๊าย ไม่ใช่คะ เป็นอาหารคะ น้องกบผู้ร่วมทริปแนะนำร้านนางคำบาง
ซึ่งเป็นร้านอาหารพื้นเมือง ที่ควรจะต้องกินเป็นอย่างยิ่ง
ไม่รอช้าคะ แต่ร้านมันอยู่ไหนนี่สิ เล็งจากแผนที่อันน้อยที่นำติดตัวไป
บ่งบอกว่าไกล ลากกกกก
จึงควรเป็นหน้าที่ของสามล้อเครื่องที่จะต้องนำร่าง
ของเราทั้ง 4 ไปส่งยังที่หมายให้ได้
ถือเป็นอีกเรื่องดีๆ ของทริปนี้ที่เราเจอพี่นคร คนขับสามล้อ หนุ่มหน้ามล
นิสัยดี โค ตระ คะ นอกจากจะเป็นคนขับแล้ว ยังอาสาเป็นไกด์
คอยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทุกที่ทั้งยามค่ำ และยามรุ่งให้เราได้หมด
อีกทั้งราคาของการบริการรถสามล้อให้กับเรา
พี่เค้าก็คิดไม่แพง เป็นราคาแบบกันเอง ถือเป็นคุณค่าที่เราคู่ควร
เพราะหลังจากการสำรวจราคาจากคันอื่นแล้ว คันนี้แหล่ะ
เหมาะสุด ไม่ฟันหัวเราแบะเหมือนสามล้อเครื่องคันอื่น
ถ้าหากใครจะไปเยือนเวียงจันทร์ขอเบอร์มือถือคุณพี่เค้าได้หลังไมค์คะ

20.30 น. คณะ 4 สาวเดินทางมาถึงร้านอาหาร
ภาพแรกเห็น อุ้ยช่างห่างไกลจากจินตนาการของดั๊นยิ่งนัก
บรรยากาศร้านเป็นตีกแถว 2คูหา เหมือนบ้านพักอาศัยมากกว่า
แบ่งออกเป็น 2 ห้อง ห้องพัดลม กับห้องแอร์ ซึ่งแน่นอน
เราเลือกซึมซับบรรยากาศเมืองลาวมากกว่า
เราทั้ง 4 เหมือนอดยากมาจากนรก หลับหูหลับตาสั่งกันไป 7 อย่าง
ก็มีทั้งที่ถูกปาก และที่คิดว่ามันไม่ได้เกิดมาเพื่อเรา
แต่เด็ดสุดเห็นจะเป็น ส้มตำลาว ที่รสดีมาก
ชนิดตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้กินที่ไหนอร่อยมาก่อนเลย
และอีกเมนูคือเอาะหลามคะ ต้มสารพัดผัก ซึ่งดั๊นก็กินผักยาก
แต่ดันถูกจิตกับต้มนี่เป็นอย่างมาก หรืออาจจะเป็นเพราะอิเพื่อน
ชีบอกว่านี่เป็นอาหารวังของหลวงพระบางที่ชาวบ้านไม่ได้กิน
แห๋ม...เหมาะกับดั้นมากค่ะ
หลังจากนำอาหารรวบตึงใส่ท้องกันหมด เช็คบิล
ราคาอยู่ที่ 2 แสนกว่ากีบคะ ตกเป็นเงินไทยอยู่ที่ พันกว่าบาท
ถือเป็นมื้อที่หรูที่สุดของทริปและปิดฉากการกินมื้อใหญ่ของเมืองลาวคะ

หลังจากกินเสร็จเราก็คุยกันถึงประเด็นว่าเอาไง
จะไปมั้ย หลวงพระบาง เนี่ยะ
ก็ได้ใจความว่าเราไปสรุปกันที่โรงแรมดีกว่า
แต่ก่อนกลับโรงแรม เราไปหาสถานที่อโคจรของเวียงจันทร์กันดีกว่า
อรั๊ยยยยยยยยยยยยส์..........มันดูจะไม่จบกันง่าย ๆ แล้วชิมิ
Anakzoonamoon
13 ก.พ. 2552 เวลา 18:59 น.
เคยได้ยินมาว่าเปนเมืองที่น่าเที่ยวมาก
^
^
^
ถูกคะ ถ้ามันไปถึงนะ
คิดถึงเวลาตอนยังเด็ก ๆบรรยากาศเหมือนบ้านในต่างจังหวัดแถบอีสานชะมัด
ภาษาก็พูดภาษาเดียวกัน สำเนียง่ต่างนิดหน่อย
^^
แต่ถ้าข้นเครื่องบินไปก็แป๊บเดียวครับ
^^
คนลาวฟังไทยรู้เรื่อง ไม่้มีปัญหาอะไรครับ
จอดแค่วังเวียง เพราะว่าเวลาไม่พอ
จะมารอดูหลวงพระบางครับ : )
ไม่ชอบกินอ่ะ
ชื่อ vUt อะครับ
พอดีเปลี่ยนไอคอน เปลี่ยนนามปากกาด้วย
ปล. ชื่อปลาหมึกเฉย ๆ อะค่ะ บ่ใช่ ทาโกะยากิ เหอ ๆ
ปิ๊กกี้
^
^
^
มันคือเกสเฮ้าท์จริง ๆ ใช่มะ
ไม่ใช่ร้านตั้งศูยน์ถ่วงล้อนะ
มาปรากฏกาย ตามคำเรียกร้อง
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
ออนเอ็มอยู่อ่า?
แอดมิ?
นี่แบกไปลาวด้วย?????
รูปอาหารไม่ชัดเลยคุงมูน
มีแต่รถรับจ้างมารุมๆ
ไอ้เราก้อนึกว่าจะมาขอลายเซนต์ !!
อยากไปด้วยยยยยยยยยยยยยยยย